โรคปริทันต์

โรคปริทันต์

  โรคปริทันต์ เป็นโรคที่เกิดกับอวัยวะรอบๆตัวฟันได้แก่ เหงือก กระดูกหุ้มรอบรากฟัน เคลือบรากฟันและเอ็นที่ยึดระหว่างเคลือบรากฟันกับกระดูกหุ้มรอบรากฟัน โดยมีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในคราบจุลินทรีย์ที่เกาะติดกับผิวฟันใกล้ๆขอบเหงือก เชื้อแบคทีเรียเหล่านี้จะปล่อยสารพิษที่ทำให้เหงือกอักเสบบวมแดง หรือลุกลามไปทำลายกระดูกที่อยู่ข้างใต้ สามารถแบ่งโรคปริทันต์ออกเป็น สองกลุ่มตามความรุนแรงและการลุกลามของโรค ได้แก่ โรคเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์อักเสบ

  โรคเหงือกอักเสบ เป็นการอักเสบของเหงือกเท่านั้นไม่ได้ลุกลามไปยังอวัยวะปริทันต์อื่นๆ จะพบลักษณะเหงือกบวมแดง เลือดออกได้ง่ายขณะแปรงฟัน มีหินปูนที่ผิวฟัน

  โรคปริทันต์อักเสบเป็นผลต่อเนื่องจากโรคเหงือกอักเสบที่ไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาไม่ดีพอ  เหงือกจะบวมแดงมากขึ้น มีการทำลายอวัยววะปริทันต์เช่น กระดูกรอบรากฟัน  เหงือกร่น อาจมีฟันโยกร่วมด้วย ถ้าอาการรุนแรง   จะมีหนองบริเวณรอบๆรากฟัน อาจมีกลิ่นปากร่วมด้วย ขึ้นกับความรุนแรงของโรคปริทันต์อักเสบ

การรักษา

  1. รับการตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน หรือในบางกรณีที่มีความรุนแรงของโรคมาก อาจต้องได้รับการดูแลจากทันตแพทย์รักษาโรคเหงือกเฉพาะทาง(Periodontist) ระยะเวลาการ Recall อาจน้อยกว่า 6 เดือน ขึ้นกับดุลยพินิจของทันตแพทย์
  2. ขูดหินปูนและขัดฟัน   ในกรณีเป็นโรคปริทันต์อักเสบควรมีการเกลารากฟันร่วมด้วยโดยทันตแพทย์รักษาโรคเหงือกเฉพาะทาง(Periodontist)
  3. การทำศัลยกรรมปริทันต์ เช่น การปลูกกระดูกหรือ Bonegraft เพื่อแก้ไขปัญหากระดูกรอบรากฟันละลายตัว เป็นต้น

การป้องกัน

  1. แปรงฟันอย่างถูกวิธีหลังอาหารทุกมื้อและก่อนเข้านอน เพื่อกำจัดแผ่นคราบจุลินทรีย์ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นหินปูนซึ่งเป็นสาเหตุของโรคปริทันต์
  2. ในบางกรณีอาจต้องใช้เครื่องมือพิเศษอื่นๆนอกจากแปรงสีฟันช่วยทำความสะอาด เช่น ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน แปรงที่ใช้ทำความสะอาดลิ้น น้ำยาบ้วนปาก เพื่อกำจัดแผ่นคราบจุลินทรีย์ในบางบริเวณที่เข้าถึงยากหรือมีลักษณะเฉพาะ 
  3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารพวกแป้งหรือน้ำตาลที่เป็นแหล่งพลังงานให้เชื้อจุลินทรีย์ในช่องปาก
  4. พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจสุขภาพฟันและเหงือก